ลิฟท์หน้า บอกลาเหนียงด้วยเครื่อง “Sonoqueen”
Sonoqueen – 80 ช็อต ราคาเพียง 7,900 (จากปกติ 13,000 บาท) Sonoqueen – บุฟเฟ่ ราคาเพียง 39,000 (จากปกติ 59,900 บาท)
MonoLisa Touch
เลเซอร์กระชับจุดซ่อนเร้น MonoLisa Touch ราคาพิเศษ 9,999 บาท จากราคาปกติ 15,000 บาท
“สบายกระเป๋า”
“แพ็คคู่อกอึ๋ม” มาคู่ ก็อึ๋มคู่ในราคาเบาๆ สบายกระเป๋า ด้วยซิลิโคนทรงกลมเกรดA
เลเซอร์ลดฝ้า – กระ ด้วย Medlite
เลเซอร์ลดฝ้า – กระ ด้วย Medlite เครื่องเลเซอร์ที่ปล่อยพลังงานแสงออกมาเพื่อทำให้สัมผัส ผิวใบหน้าเนียนใส ไร้จุดด่างดำ ปาน ลบรอยแผลเป็นด้วย Medlite
วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2557
อยากทราบว่าครีมลบรอยแผลเป็นที่ขายี่ห้อไหนดีคะ
1. Dermatix (อันนี้หลอดเล็กแต่ราคาสูงมากเลย5555)
2. Provamed (หลอดสีฟ้าขาว)
3. มอลลี่ดอลลี่ เคลียสปอต (เห็นรีวิวในเว็บเยอะแยะเลยค่ะ)
อ้อแล้วก็ครีมแก้รอยแตกลายด้วยค่ะ พอดีมีน้องเลยแตกมั้งก้น ขา เลยฮือๆลายทั้งตัว
พอจะมีตัวไหนแนะนำบ้างคะ
หรือมันมีตัวไหนที่ใช้แล้วเห็นผลจริงๆนอกจากนี้ก็ได้ค่ะ ช่วยแนะนำหน่อยนะคะ
ขอบคุณมากๆค่ะ
มันมาแล้ว!! "ยุคตัวกูของกู" เต็มรูปแบบ
ค่านิยมมาแรงจนน่าเป็นห่วงคือ “รวยลัด “RICHFICIENCY” RICH+SUFFICIENCY” จะเห็นได้ว่าหนังสือติดอันดับเบสต์เซลเลอร์ขายดิบขายดีในยุคนี้ จะเป็นหนังสือเกี่ยวกับเคล็ดลับการสร้างความมั่งคั่ง และแรงบันดาลใจสู่ความสำเร็จ แม้แต่ในงาน Money Expo ครั้งล่าสุด ผู้เข้าร่วมงานก็มีอายุน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด คนไทยยุคนี้ยังเปลี่ยนความสนใจจากการลงทุนในธุรกิจและอยากเป็นเจ้าของกิจการ หันมาศึกษาลงทุนในตลาดหุ้นแทน เพราะเห็นตัวอย่างของนักเล่นหุ้นรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อยๆ กระนั้น ความรวยที่คนรุ่นใหม่ใฝ่หาเป็นความรวยแบบฉาบฉวยชั่วข้ามคืน ต้องการรวยแบบด่วนๆ แต่ไม่ได้ฝันถึงขนาดมีเงินพันล้าน แค่อยากมีกินมีใช้และท่องเที่ยวลั้ลลา แนวโน้มที่ตามมาก็คือ ตลาดแรงงานจะเปลี่ยนโฉมหน้าอย่างสิ้นเชิง ในอีก 6 ปีข้างหน้าจะหาคนทำงานเป็นพนักงานประจำได้ยากขึ้น เพราะคนยุคใหม่นิยมทำงานฟรีแลนซ์และพาร์ตไทม์มากกว่า
ค่านิยมที่ตอกย้ำความฉาบฉวยของสังคมไทยคือ “งามภายนอก “EXTHETIC” EXTERNAL+AESTHETIC” คนสมัยนี้ไม่เห็นคุณค่าความงามภายใน แต่ให้ความสำคัญกับความงามภายนอก ซึ่งมีผลต่อความก้าวหน้าด้านอาชีพการงาน และการเป็นที่ยอมรับของสังคม แนวโน้มนี้ทำให้ ธุรกิจเสริมความงามต่างๆ เติบโตคึกคัก เช่นเดียวกับแอพพลิเคชั่นเสริมแต่งรูปภาพที่กลายเป็นอุปกรณ์ขาดไม่ได้ของคนยุคโซเชียลเน็ตเวิร์ก
ก็เพราะถือคติตัวกูของกู คนสมัยนี้จึงมีค่านิยม “ช่วยเหลือตัวเอง (ไม่พึ่งพา) หรือ “YELP” Help Yourself” ปัจจุบันมีเทคโนโลยีมากมายที่ช่วยให้สามารถทำกิจกรรมหลายอย่างได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น ไม่ว่าจะเป็น ไม้ถ่ายรูปเซลฟี่, แอพพลิเคชั่นค้นหาเส้นทางท่องเที่ยว หรือแม้แต่ google ที่มีคำตอบทุกอย่างในโลกรวมไว้ที่เดียว ในเมื่อไม่ต้องพึ่งพิงใครมาก เด็กรุ่นใหม่ จึงมีความแข็งกระด้าง ไม่ยอมโอนอ่อนให้ใครง่ายๆ เมื่อก่อนมีอะไร เด็กอาจปรึกษาพ่อแม่ แต่ทุกวันนี้ยกให้อากู๋เป็นที่หนึ่งในดวงใจ
คนสมัยนี้แต่งงานกันน้อยลง แต่อัตราหย่าร้างเพิ่มสูงขึ้น เพราะมีค่านิยม “ไม่ผูกมัด “NOBLIGATION” NO+OBLIGATION” ผู้คนมีทางเลือกหลากหลายมากขึ้น จึงชอบอะไรที่มาเร็วเคลมเร็ว แม้แต่ในเชิงการตลาด ผู้บริโภคยุคใหม่ก็ไม่ชอบการผูกมัดระยะยาวและเบื่อง่าย เพราะมองหาแต่ข้อมูลใหม่ๆตลอดเวลา อะไรที่นำเสนอเนื้อหายืดยาดเยิ่นเย้อไม่กระชับ โดยเฉพาะทีวีดิจิตอล ก็เตรียมม้วนเสื่อกลับบ้านได้เลย
ผู้บริโภคยุคใหม่ฉลาดเป็นกรด จึงชื่นชอบอะไรที่ “เปิดเผย ชัดเจน อย่าปิดบัง “SINCLEAR” SINCERE+CLEAR” จะเห็นว่าทุกวันนี้ผู้บริโภคเชื่อรีวิวจากประสบการณ์จริง มากกว่าโฆษณาที่ถูกปรุงแต่งมาแล้ว เรามีนักสืบพันทิปคอยเสาะแสวงหาความจริงในสังคม และพร้อมร่วมด้วยช่วยกันตีแผ่พวกลวงโลกลวงสังคม
โลกทั้งใบถูกหลอมรวมเป็นโลกใบเดียวกันไปแล้ว จนเกิดค่านิยม “วัฒนธรรมเดียวกัน “BLENDSO” BLENDED+ SOCIETY” ปัจจุบันเรามีวัฒนธรรมเดียวกันทั่วโลก เช่น K-Pop ที่โด่งดังมาก หรือกระแส Ice Bucket Challenge ที่แพร่สะพัดจากอเมริกาไปทั่วทุกมุมโลกอย่างรวดเร็ว ข้อดีของเทรนด์นี้คือ สามารถทำการตลาดด้วยคอนเซปต์เดียวกันทั้งโลก แต่ก็มีข้อเสียเพราะทำให้ขาดเอกลักษณ์ของแต่ละสังคม
คิดจะเอาชนะใจผู้บริโภคยุคใหม่ ต้องตีโจทย์ 2 ค่านิยมนี้ให้แตกกระจุยคือ “ซื้อน้อยแต่ได้เยอะ “EASEMORE” EASY+MORE” สินค้าชิ้นเดียวจะต้องทำหน้าที่สารพัดประโยชน์ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ขณะเดียวกัน ก็ต้อง “มาตรฐานสูง “SUPERGENIC” SUPER+GENIC” นอกจากจะแข่งเรื่องคุณภาพสินค้าแล้ว สิ่งที่ต้อง คำนึงถึงคือบริการน่าพึงพอใจ ที่จะมัดใจพวกเขาให้อยู่หมัด!!
มิสแซฟไฟร์
--โดยส่วนตัวผมมองว่า บทความนี้ได้สะท้อนแง่มุมที่เรากำลังประสบพบเจอหรือแม้กระทั่งใช้ชีวิตอยู่กับมันแล้วด้วยซ้ำ ไม่ใช่แค่เฉพาะในประเทศไทยแต่รวมถึงทั้งโลก // แต่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลาอยู่แล้วป่ะครับ!? อันนี้คือสิ่งที่ยอมรับ เพียงแต่ปัญหาณ เวลานี้ผมมองว่าเราไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าและสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในใจเรา!?
พี่ๆเพื่อนๆมีความเห็นอย่างไรกันบ้างครับ?
ขออนุญาตแท็กห้องที่ผมคิดว่าเกี่ยวข้องและน่าจะเป็นประโยชน์นะครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้http://www.thairath.co.th/content/469964
เสริมจมูกมา คุณหมอตัดไหมให้ไม่หมด ทำไงดีคะ...
เขี่ยไปเขี่ยมาก็เจอปมไหมเหลืออยู่อีกปม อยากทราบว่าทำไงดีคะ จะตัดเองก็ตัดไม่เป็น ย้อนกลับไปร.พ.ก็ไกลมากๆแถมตอนนี้คงปิดแล้วด้วย
อีกอย่างเครียดตรงรอยแผลด้วยค่ะ หมอเย็บแผลไม่ค่อยสวยเลยกลัวจะหายแล้วรูจมูกสองข้างไม่เท่ากันจัง T^T
อีกเรื่องนะคะ เราทำมาได้2อาทิตย์ อยากทราบว่าจะทานพวกอาหารทะเล ของหมักดอง แล้วก็ไข่ได้หรือยังคะ ขอบคุณค่ะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
Family 3 Kidsai Thailand สัญจรภาคเหนือ เปิดรับสมัครน้องๆ แล้ววันนี้
Family 3 Kidsai Thailand ค้นหาสุดยอดเยาวชนคิดใส สัญจรภาคเหนือ เปิดรับสมัครน้องๆ แล้ววันนี้ที่ จ.เชียงใหม่
มาริโอ้ ควง มิ้นต์ ชาลิดา ฟิ้ตติ้งละคร "สองหัวใจนี้เพื่อเธอ"
มาริโอ้ ควง มิ้นต์ ชาลิดา ฟิ้ตติ้งละคร "สองหัวใจนี้เพื่อเธอ" ด้านผู้จัดระบุวางตัวให้มาริโอ้เป็นพระเอกตั้งแต่แรกเพราะมีคาแรกเตอร์ตรงกับตัวละคร
เจนี่-จุ๋ย ประชันบทบาทครั้งแรกในละคร "กำไลมาศ"
เจนี่-จุ๋ย ประชันบทบาทครั้งแรกในละคร "กำไลมาศ" วอนให้โอกาส 'เต้ย พงศกร' สวมบทพระเอก
กัมพูชา-มิเชล โหย่ว รณรงค์สวมหมวกกันน็อค
มิเชล โหย่ว นักแสดงสาวฮอลลีวูด และทูตความปลอดภัยทางถนน ร่วมกับนายซา เค็ง รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา บริจาคหมวกนิรภัย จำนวน 6,652 ใบ ให้แก่นักเรียน และครูในกรุงพนมเปญ เพื่อสนับสนุนให้ผู้ที่โดยสารรถจักรยานยนต์สวมหมวกนิรภัย
มิเชล โหย่ว นักแสดงสาวฮอลลีวูด และทูตความปลอดภัยทางถนนเยือนกัมพูชาร่วมโครงการรณรงค์สวมหมวกนิรภัย ส่งมอบหมวกนิรภัยที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน กรุงพนมเปญ นอกจากนี้ยังได้ให้คำแนะนำแก่นักเรียนเกี่ยวกับวิธีการใช้หมวกนิรภัยที่ถูกต้อง และเรียกร้องให้ทุกคนสวมหมวก
ซึ่งมิเชล กล่าวว่า ผู้ใช้ถนนทุกคนล้วนตกอยู่ในความเสี่ยงเมื่ออยู่บนถนน แต่ผู้ขับขี่จักรยานยนต์เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงมากที่สุดในกัมพูชา คนกลุ่มนี้มักเป็นเหยื่อในอุบัติเหตุบนท้องถนน การสวมหมวกนิรภัยเป็นขั้นตอนแรกในการป้องกันการบาดเจ็บ และเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาเด็กๆ โปรดทำให้แน่ใจว่าผู้ขี่รถจักรยานยนต์ และผู้โดยสารทุกคนสวมหมวกนิรภัยเสมอ
ด้าน เกรก คราฟท์ ประธานมูลนิธิป้องกันการบาดเจ็บแห่งเอเชีย กล่าวว่า อุบัติเหตุจราจรบนท้องถนนกลายเป็นหนึ่งในปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญที่สุดในกัมพูชา
ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีของกัมพูชายังระบุว่า ประเทศสูญเสียเงินไปราว 337 ล้านดอลลาร์ จากอุบัติเหตุจราจรทางถนนเมื่อปีก่อน และกฎหมายจราจรฉบับใหม่ ที่ผ่านรัฐสภาเมื่อสัปดาห์ก่อน ระบุให้ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์ทุกคนสวมหมวกนิรภัย มิฉะนั้นจะถูกปรับเงิน 15,000 เรียล (ประมาณ 123 บาท)
'กระต่าย'โต้'ดร.เสรี'อย่าด่าถึงพ่อแม่
จากกรณีที่ดาราสาว 'กระต่าย-ทรรศิกา ยุติมตร' หรือ กระต่าย Miss Maxim ปี2013 แต่งกายหวิวในชุดเอี๊ยมกระโปรงสั้น เสื้อสูทดำยาวคลุมทับ ไร้บรามีเพียงสายเอี๊ยมพาดหน้าอกปิดจุกไว้เท่านั้น สร้างความฮือฮาให้กับสื่อมวลชน และตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมชั่วข้ามคืน หลังจากนั้น ก็มีผู้ที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงออกมาแสดงความคิดเห็นมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 'ดร.เสรี วงษ์มณฑา' ที่ได้ให้ความเห็นถึงเรื่องชุดดังกล่าวว่า ไม่มีใครคอยสั่งสอน เอาก้านสมองก้านไหนคิด พ่อแม่อยู่ที่ไหน ถ้าพี่เป็นพ่อแม่ ต้องเรียกต่ายมาคุยแล้วพูดจาสั่งสอน หรือพ่อแม่เขายินดี แบบนี่เรียกเกินไปมาก ดาราฝรั่งยังไม่ทำเลย แบบนี้ไม่เรียก 'เซ็กซี่' แต่เรียกว่า 'อุจาด' แบบนี้เรียกไม่มีสำนึก
ล่าสุด วันนี้ (20 ธ.ค.) ได้มีการออกอากาศรายการ 'คนดังนั่งเคลียร์' ทางช่อง 2 ซึ่งได้มีการบันทึกเทปไปเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ที่ผ่านมา กระต่ายได้เปิดใจผ่านรายการถึงเรื่องชุดที่เป็นประเด็นร้อนว่า ตนไม่ได้มีเจตนาที่จะใส่ชุดนั้นเข้างาน เพราะจริงๆชุดที่ตนใส่มีสูทคลุม ตนถอดเสื้อคลุมเพราะสื่อมวลชนถามว่า ตนมีการเซฟตัวเองอย่างไรบ้าง พร้อมด้วยแรงเชียร์จากสื่อ จึงถอดให้ดูว่ามีสายเอี๊ยมป้องกันอยู่ ยืนยันว่าชุดนี้ไม่ใช่ชุดอนาจาร น้อยใจที่มีแต่สื่อลงภาพชุดที่เห็นสายเอี๊ยม ไม่ลงชุดที่เป็นชุดคลุมสูทเลย ส่วนเรื่องที่มีผู้ใหญ่ในวงการ ว่าถึงพ่อแม่ กระต่ายบอกว่า จริงๆก็อยากให้วิเคราะห์ก่อนนิดนึงว่าใช่ความจริงหรือเปล่า แต่งชุดแบบนี้เข้างานจริงหรอ มีวุฒิภาวะอย่าด่าถึงพ่อแม่เลย เพราะพ่อแม่เราก็รู้อยู่แล้วว่าเราอยู่ในวงการเซ็กซี่ จะด่าก็ด่าตนคนเดียว แต่ก็น้อมรับทุกคำติชม
ทั้งนี้ สาวกระต่าย ได้ชี้แจงผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @kratai_tadsikaเมื่อคืนวันที่ 19 ธ.ค. ที่ผ่านมาว่า “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นกระต่ายขอรับผิดคนเดียว แต่ขออนุญาติชี้แจงตรงนี้ว่ากระต่ายไม่ได้มีเจตนาให้เกิดภาพที่เห็นแต่ยอมรับคะว่าถ้าไม่ถอดเสื้อคลุมออกชุดนี้ก็จะดูดีและเหมาะสมกว่านี้ กระต่ายต้องขอโทษผู้ใหญ่ทุกท่านและขอบคุณผู้ใหญ่และพี่ๆในวงการที่แนะนำและกล่าวตักเตือน กระต่ายจะเก็บเอาไปเป็นบทเรียนว่าเราอยู่จุดนี้ต้องคิดให้เยอะและระวังตัวกว่านี้ กระต่ายไม่โทษใครไม่โทษพี่ๆนักข่าวที่บิ้วให้ถอดเพราะพี่ทำงานอยากได้ข่าว เอาเป็นว่าต่อไปกระต่ายจะต้องระวังตัวมากขึ้นถ้ายังไงดื้อขัดใจใครเข้าอย่าว่ากันน๊า”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง...





