Social Icons

ลิฟท์หน้า บอกลาเหนียงด้วยเครื่อง “Sonoqueen”

Sonoqueen – 80 ช็อต ราคาเพียง 7,900 (จากปกติ 13,000 บาท) Sonoqueen – บุฟเฟ่ ราคาเพียง 39,000 (จากปกติ 59,900 บาท)

MonoLisa Touch

เลเซอร์กระชับจุดซ่อนเร้น MonoLisa Touch ราคาพิเศษ 9,999 บาท จากราคาปกติ 15,000 บาท

“สบายกระเป๋า”

“แพ็คคู่อกอึ๋ม” มาคู่ ก็อึ๋มคู่ในราคาเบาๆ สบายกระเป๋า ด้วยซิลิโคนทรงกลมเกรดA

เลเซอร์ลดฝ้า – กระ ด้วย Medlite

เลเซอร์ลดฝ้า – กระ ด้วย Medlite เครื่องเลเซอร์ที่ปล่อยพลังงานแสงออกมาเพื่อทำให้สัมผัส ผิวใบหน้าเนียนใส ไร้จุดด่างดำ ปาน ลบรอยแผลเป็นด้วย Medlite

วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2557

‘โอริเวอร์’ กับบทบาทผู้จัดฯใน ‘เนตรนาคราช’


‘โอริเวอร์’ กับบทบาทผู้จัดฯ พิสูจน์ฝีมือใน ‘เนตรนาคราช’ - คนดังหลังฉาก

จากกระแสตอบรับชื่นชมแบบเกินคาดที่มอบให้ละครบู๊สุดมัน “เนตรนาคราช” ทางช่อง 7 สี ของผู้จัดมือใหม่ “โอริเวอร์ บีเวอร์” งานนี้ “ฮันนี่บี” เลยหาโอกาสนั่งพูดคุย ย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นที่ตัดสินใจทำละคร ตลอดจนแนวความคิดที่แตกต่างในแง่ของการทำละครบู๊ ที่หลายคนมองว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่จากละครเรื่องนี้คือ การบู๊ที่สมจริง มีเหตุผล มัน ภาพสวย นักแสดงนำเล่นจริงแบบโชว์ความสามารถ จนแฟน ๆ ติดหนึบและชื่นชมไม่ขาด ขนาดนี้จะมีที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง ติดตามกันเลยจ้า

กระแสตอบรับดีเกินคาดสำหรับละคร “เนตรนาคราช” รู้สึกยังไงบ้าง?

“ผมดีใจมาก ๆ เพราะเป้าหมายตามที่พูดไว้ว่าผมจะทำละครเรื่องนี้ให้เป็นละครที่ไม่มีใครทำ ในแง่การนำเสนอความแปลกใหม่ สมจริง แต่ที่ผมทำไม่ได้คือเรตติ้งซึ่งต้องขึ้นกับคนดูจริง ๆ วันนี้กระแสตอบรับจากคนดูเกินคาดจริง ๆ นอกจากผมเป็นนักแสดงมา 23 ปี

เคยคิดมั้ยว่าวันหนึ่งจะมาเป็นผู้จัดละคร?

“ไม่เคยคิดเลยครับว่าจะเป็นผู้จัด เป็นนักแสดงมาตลอด เล่นแต่ตัวร้าย บู๊ จนไปทำธุรกิจเปิดบริษัท “ไนน์บีเวอร์” ผลิตอาวุธเพื่อเช่าในการถ่ายทำละครไทยและหนังต่างชาติ ซึ่งได้รับอนุญาตถูกต้อง ผมจึงคลุกคลีกับเรื่องบู๊ ๆ วันนึงก็เกิดความคิดว่าอยากเอาการต่อสู้แบบในหนังมาอยู่ในละครเลยคุยกับ พี่โหน่ง-กฤษณพงศ์ ที่ดูแลคิวบู๊ในหนังองค์บาก, ต้มยำกุ้ง เป็นหลานพี่ พันนา ฤทธิไกร อยากเอามาทำในละครเลยรวบรวมบุคลากรทั้งหมดช่วง ต.ค. ปี 2556 จนมานำเสนอทางผู้ใหญ่ช่อง 7 ได้รับอนุมัติทำละครเรื่อง เนตรนาคราช ครับ”

ทำไมถึงเลือกทำเรื่อง “เนตรนาคราช” ไม่ยากไปสำหรับผู้จัดมือใหม่เหรอ?

“ค่อนข้างยากเลยครับ เรื่องนี้เป็นบทประพันธ์ของคุณ “นอร์แมน วีรธรรม” คุยกันแล้วผมนึกถึงพล็อตเรื่องใหม่ ๆ ที่คนดูจะไม่รู้เรื่องราว บู๊สไตล์ความเชื่อ ที่แฝงแง่คิดที่ดี นักแสดงนำ ซี-ศิวัฒน์, ยุ้ย-จีรนันท์, อ๊อฟ-ชนะพล, ธันญ์ ธนากร, กี้-รฐกร ฯลฯ เป็นคนมีฝีมือเก่งทุกคน ผมเอาเค้ามาฝึกคิวบู๊ เพราะผมมีโรงเรียนสอนแอ๊คชั่น หุ้นกับ คุณซี-ศิวัฒน์ และ พี่โหน่ง-กฤษณพงศ์ ที่ชื่อ “โอเอ็นซี” รับสอน ออกแบบท่าคิวบู๊ต่าง ๆ บ้านเราชอบทำให้ท่าทางบู๊ออกมาดูยาก ทั้งที่ทำให้ดีก็ไม่ยาก ในต่างประเทศคำว่าแอ๊คชั่นจะมีตำแหน่งแอ๊คชั่นไดเร็กเตอร์เฉพาะ แต่บ้านเราไม่มี ซ้อมกันหน้าฉากแล้วถ่ายออกมาไม่สมจริง ผมเลยเปลี่ยนเอานักแสดงหลักมาฝึกก่อน 7 เดือน มีทีมงานที่เซฟตี้ความปลอดภัย ซึ่งคุณซีสามารถกระโดดหมุนเกลียวเตะไม่มีมุมหลอกถ่าย เราให้นักแสดงเล่นเองจริง ๆ ซึ่งทุกคนทำได้ดีมาก แม้กระทั่งโดนระเบิดหน้าไม่ใช่มาหล่อ สวย ผมขอให้มีฝุ่นเปื้อนหน้า เพื่อความสมจริง หนักแน่นนั่นเอง”

“เนตรนาคราช” คือละครที่กลั่นมาจากประสบการณ์การเล่นบู๊ เป็นตัวร้าย?

“ใช่เลยครับ ทั้งดูหนังต่างประเทศ หยิบมาต่อยอด เราทำละคร แต่อยากได้กลิ่นอายหนัง ซึ่งคนดูเค้าพูดกันในกระทู้ต่าง ๆ ผมดีใจมากนะ เพราะผมทั้งเป็นผู้จัด แสดงเอง แล้วก็ช่วยกำกับ บางซีนที่ไม่มีในบทก็ขอเพิ่ม อย่างฉากที่นางเอกพระเอกโดนระเบิดก็ต้องมีฝุ่นเต็มหน้าเนี่ย ซีนนี้รอมานานตั้งแต่เล่นละครใหม่ ๆ ทำไมเค้าไม่ทำกัน มีที่ไหนโดนระเบิดแต่เมคอัพยังแน่น ผมเลยบอกนักแสดงผมขอเลยจังหวะต้องโดนอะไรสกปรกก็ขอสกปรกจริง ๆ พระเอกโดนตัวร้ายรุมไม่เคยเจ็บมันไม่ใช่ พระนางขอโดนถีบกระเด็นใส่ต้นไม้ ซีโดนต่อย ฟาดลงโต๊ะ เป็นต้น ต้องโดนกระทำที่สมจริง จนนักแสดงแซวว่าผมซาดิสต์ (หัวเราะ) แต่ทุกคนแฮปปี้ภาพออกมาสมจริง เหนื่อยแต่ออกมาดีครับ”

ทำละครจนคนดูชอบ จะกดดันในการทำเรื่องต่อไปมั้ย?

“ผมทำละครแนวนี้ก็เหมือนตัวผมเล่นละคร คนดูก็อยากดูแอ๊คชั่นเจ๋ง ๆ นะผมว่า ผมอาจทำไม่ดีเท่าประเทศใหญ่ ๆ แต่อย่างน้อยนำเสนอละครแบบนี้แล้วเป็นที่ถูกใจผมก็แฮปปี้ บริษัทวางแผนทำละครบู๊ในแบบของตัวเองด้วยกัน 4 แบบ คือ บู๊ความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บู๊ตลก บู๊ดราม่า และบู๊พีเรียดย้อนยุค เป็นแนวทางที่มองไว้ แต่ในอนาคตก็ต้องมีความหลากหลายไปแนวอื่น ๆ เพราะผมเองเล่นเป็นตัวร้ายก็ได้ ตลกก็ได้ คนดีก็ได้ ซึ่งรอโอกาสต่อไปครับ”

คนจะสงสัยเป็นผู้จัดเองแล้วจะค่อย ๆ เฟดตัวเองไม่แสดงละครแล้วหรือเปล่า?

“ไม่นะ ผมยังเล่นละครเหมือนเดิม ผมอยู่วงการมา 23 ปี เล่นละครรวมทั้งหมด 218 เรื่อง จุดเริ่มต้นของผมในวงการบันเทิงคือ “พี่เจี๊ยบ-วัชระ ปานเอี่ยม” ทำหนังเรื่อง “วอนทั้งโลก โขกหัวเธอ” แล้วน้องสาวผม “วาเนสซ่า บีเวอร์” เอารูปผมไปให้พี่เจี๊ยบดูเค้าเรียกมาเล่นหนัง แล้วก็ไปเล่นหนังของอา “บัณฑิต ฤทธิ์กล” จนปัจจุบัน ไม่นึกหรอกวันหนึ่งจะเอามาใช้ได้เวลาที่เราอยู่กอง คอยถามพี่ ๆ ทีมงาน ผู้กำกับ เก็บเล็กผสมน้อยมากลายเป็นความรู้จนเป็นผู้จัดละครได้ ซึ่งสโลแกนบริษัทผมคือ “ทำยังไงก็ได้ให้คนดูรู้สึกซะใจ” มีจุดยืนของตัวเอง เรื่องต่อ ๆ ไป เราก็ต้องพัฒนาครับ”

ผู้ชมไม่ได้ดูละครเพื่อความบันเทิง แต่มีคิดวิเคราะห์ผู้จัดเลยต้องทำการบ้านเยอะขึ้นจริงมั้ย?

“ใช่ครับผมขอชมคนดูด้วยเช่นกัน ดูละครไม่ใช่แค่สนุก แต่ดูเชิงลึก ดูบท โปรดักชั่น ตัดต่อเสียง ความต่อเนื่อง ผมชื่นชมนะ อยากให้คนดูดูแบบนี้เพื่อกระตุ้นผู้ผลิตละครที่เคยถูกมองว่าไม่เคยพัฒนา ให้พัฒนาขึ้นนี่คือสิ่งสำคัญ ไม่ได้บอกคนดูสมัยก่อนไม่ดี แต่เค้าถูกขีดจำกัดในการสื่อสารไง ไม่มีอินเทอร์เน็ตให้วิพากษ์วิจารณ์ได้น่ะครับ”

โอริเวอร์เป็นนักแสดงที่มีงานละครไม่เคยขาดเลยใช่มั้ย?

“ใช่ครับ(ยิ้ม) แต่ตอนนี้ขาดแล้วนะ (หัวเราะ) แต่การแสดงไม่มีวันสิ้นสุด ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่ง ฉะนั้นถึงมีคนชื่นชมผมยินดี แต่ไม่เอาคำเหล่านั้นมาคิดว่าตัวเองเจ๋งแล้ว ถ้าคิดแบบนั้นเมื่อไหร่ เราจะกลายเป็นคนไม่เจ๋งทันที เด็กรุ่นใหม่เกิดขึ้นเยอะเป็นปกติผมยินดีไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า ไม่ได้กลัวใครมาแทนที่ตัวเอง ถ้าเจ๋งกว่ายิ่งดี จะได้เจ๋งทั้งวงการ”

ตลอด 20 ปี ในวงการได้เรียนรู้อะไรบ้างจากการเป็นนักแสดง?

“ถ้าไม่มีคนดู ก็ไม่มีงาน ไม่มีงาน ก็ไม่มีผมครับ ทุกครั้งที่คนบอกผมเล่นร้ายแล้วรู้สึกเกลียดนี่คือคำชมนะ การประพฤติตนในวงการของผม อย่ามาสาย อย่าเรื่องมาก ค่าตัวไม่แพง ตั้งใจทำงาน ผมไม่ได้มาจากพระเอก เล่นทุกบทที่ทำได้ สิ่งหนึ่งที่ไม่กล้าคิดว่าตัวเองเป็นคือเป็นดารามีชื่อเสียง เพราะผมเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ จริง ๆ ฉะนั้นคำนั้นไม่เคยอยู่ในหัวผม ยังคงเป็นโอลิเวอร์ บีเวอร์ เหมือนเดิม”

ครอบครัวเป็นยังไง หลังจากแต่งงานไปแล้ว?

“แฮปปี้ครับ ภรรยามาช่วยผมดูแลเรื่องการเงิน เอกสารต่าง ๆ ซึ่งผมเบาใจไปดูโปรดักชั่นได้ ยังมีลูกไม่ได้ก็เพราะแบบนี้แหละ ปีนี้อายุ 44 ปี แล้วก็จริง แต่ยังไม่พร้อมเนอะ ทำงานก่อนก็ได้ ภรรยาก็โอเค ผมเองมีแบบอย่างจาก “พี่ธง-ธงชัย ประสงค์สันติ” กับ “พี่เก๋” แล้วก็ “พี่อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์” กับ “พี่แดง-ธัญญา” ที่มีภรรยาทำงานด้วยกันช่วยเหลือให้กำลังใจกันครับ”

สุดท้ายฝากอะไรถึงคนที่ติดตามเราในฐานะนักแสดงและบทบาทใหม่อย่างผู้จัดละครหน่อย?

“ขอบคุณทุกเสียงตอบรับ ซึ่งเป็นก้าวเล็ก ๆ จากค่ายเล็ก ๆ ของผม ขอบคุณทุกคำติชมเราน้อมรับครับ ละครเรื่อง เนตรนาคราช มีทุกรส สนุก และแฝงแง่คิดแน่นอน อีกทั้งผู้ชมได้เห็นนักแสดงช่อง 7 ที่ไม่เคยเล่นบู๊แบบนี้มาก่อนแน่นอน ถ้าผิดพลาดอะไรในบางช่วงน้อมรับคำติชมทั้งหมด แล้วสุดท้ายขอบคุณช่อง 7 คณะกรรมการพิจารณาละครโทรทัศน์ทุกท่านที่ให้โอกาสที่ดีที่สุดในชีวิตเท่าที่ผมอยู่ในวงการบันเทิงมาเลย ขอบคุณมาก ๆ ครับ”

จากการพูดคุยครั้งนี้หวังว่าผู้ชมที่ชื่นชอบละคร “เนตรนาคราช” จนได้รับการตอบรับที่ดี จะได้เห็นถึงความตั้งใจของผู้จัดมือใหม่อย่าง “โอริเวอร์ บีเวอร์” แล้วก็คอยสนับสนุนกันในโอกาสต่อไปด้วยจ้า.

“ฮันนี่บี”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

โปรโมชั่นเสริมความงาม SKClinics