สัญญาณเตือนภัยอันน่ากลัวของโรคหลอดเลือดสมองที่เห็นชัด ๆ ได้แก่ ร่างกายอ่อนแรง หน้าเบี้ยว ตาพร่ามัว พูดลำบาก เวียนหัว เดินเซ ลิ้นแข็ง กลืนอาหารลำบาก และซึมโดยไม่รู้ตัว อาการเหล่านี้เสี่ยงต่อการเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต เห็นความสำคัญในการดูแลรักษาผู้ป่วย ศูนย์สมองและระบบประสาท รพ.วิภาวดี จัดเสวนาในหัวข้อ “โรคหลอดเลือดสมอง” เพื่อแนะแนวทางให้ความรู้เบื้องต้นกับคนรักสุขภาพ โดย นพ. พงศกร ตนายะพงศ์ อายุรแพทย์ระบบประสาทวิทยา รพ.วิภาวดี เผยว่า โรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 2 ของทั่วโลก และกำลังจะขึ้นเป็นสาเหตุการตายอันดับแรกในไม่ช้า และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจากการศึกษาพบว่า ในจำนวน 1 แสนคน มีอัตราการป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง 690 คน และร้อยละ 70 ป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบตัน ซึ่งโรคนี้เกิดจากเส้นเลือดในสมองตีบตัน ทำให้เนื้อสมองขาดเลือด เนื้อสมองส่วนตรงกลางจะเริ่มตาย และค่อย ๆ เพิ่มขนาดของเนื้อสมองที่ตาย ออกมาสู่สมองส่วนอื่น ๆ ทำให้เกิดอัมพฤกษ์หรืออัมพาตได้
ปัจจุบันความก้าวหน้าทางการแพทย์ได้ค้นพบว่าภายในเวลา 4 ชั่วโมงครึ่ง หรือ 270 นาที นับตั้งแต่นาทีแรกที่ผู้ป่วยเกิดอาการเป็นเวลาสำคัญที่แพทย์จะใช้ในการฉีดยาละลายลิ่มเลือดเข้าทางหลอดเลือดดำของผู้ป่วย หากผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาลช้ากว่านี้มักจะไม่สามารถทำการรักษาด้วยวิธีการนี้ได้ ในทางการแพทย์จึงเรียกแผนการรักษานี้ว่า “Stroke Fast Track หรือทางด่วนโรคหลอดเลือด หรือ 270 นาทีชีวิต โดยอาการที่เป็นสัญญาณเตือนว่ามี
โอกาสเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบ ได้แก่ แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก แขนขาชาครึ่งซีก แขนขาอ่อนแรงทั้ง 2 ข้าง พูดไม่ชัด ลิ้นแข็ง มองเห็นภาพซ้อน พูดไม่ออก ฟังไม่เข้าใจ มองเห็นภาพไม่ชัด เดินเซ ทรงตัวไม่อยู่ เวียนหัว บ้านหมุน ซึ่งเป็นอย่างรวดเร็วทันทีทันใด หรือเป็นหลังตื่นนอน หากพบว่ามีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองและระบบประสาททันที
พญ.ณัฐกานต์ ศรีประทักษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดสมองคือ อายุที่สูงขึ้น ตั้งแต่อายุ 45 ปีขึ้นไป ประวัติครอบครัว มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ ผู้ที่สูบบุหรี่ และผู้ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน แต่โรคหลอดเลือดสมองสามารถป้องกันและลดโอกาสเสียชีวิตได้ เช่น ดูแลโรคประจำตัวที่เป็นอยู่ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เหมาะสม เช่น กินอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินมาตรฐาน ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรา และถ้าเกิดอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์ให้เร็วที่สุด.






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น