“คุณเมืองแมนไม่ยอมให้คุณไปไหนคะ นี่ค่ะตารางงานใหม่ของคุณ แน่นเอี๊ยดทุกวันเลย พรุ่งนี้คุณต้องเข้าห้องอัดอีก ต้องทำเพลงให้เสร็จภายในเดือนนี้”
ทองทารับเอกสารมาดูโกรธมาก เดินไปหาเมืองแมนที่ห้องทำงานทันที พร้อมกับต่อว่า “พ่อไม่เคยยุ่งกับงานในรายละเอียดแบบนี้ ผมถึงยอมเป็นนักร้องในสังกัดของพ่อ ถ้ารู้ว่าพ่อจะเข้ามายุ่ง ผมคงไม่ทำ”
“เดือนหน้าอัลบั้มเต็มของแกต้องออก เราต้องรีบตีเหล็กตอนร้อน ก่อนที่คนจะลืมแก”
“โอเค งั้นผมลาออก” ทองทาพูดจบก็จะเดินออกจากห้อง
“ฉันเป็นหนี้ กำลังจะโดนฟ้องล้มละลาย!!!” ทองทาชะงักหันมา เมืองแมนหน้าขรึม “สถานีโทรทัศน์ นี้ เลี้ยงดูแม่แก เลี้ยงดูแก พนักงานอีกหลายร้อย จะต้องถูกไล่ออก ถ้าเราสร้างศิลปินคนใหม่ มาหาเงินเข้า สถานีไม่ได้”
“ไม่เห็นมีใครบอกผมเรื่องนี้” น้ำเสียงเหมือนรำพึง
“คุณโยไม่รู้ ไม่มีใครรู้” เมืองแมนบอก
“นี่เรื่องจริงหรือนี่”
“ตามใจ แกจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ทองทาฉันยอมรับนะ ฉันเป็นพ่อใครไม่เป็น ฉันกับแกหรือแม้แต่ เบล ฉันก็ไม่ได้เลี้ยง แต่ฉันก็รักแกเหมือนกับพ่อคนอื่น”
“พ่อเป็นนักธุรกิจ เป็นคนเจ้าชู้ พ่อใช้คำพูดเพื่อหลอกทุกคน คำว่าซื่อสัตย์เป็นสิ่งที่คนเจ้าชู้ ไม่รู้จัก”
“เอาเถอะ ฉันบังคับแกไม่ได้ ฉันไม่มีสิทธิ แกไปคิดเอาเองเถอะ ถ้าไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ ตามใจ” เมืองแมนนั่งลงก้มหน้าเครียด จนทองทาหวั่นไหว
ทองทาสับสนมาก จึงมาหาแม่ที่โรงพยาบาลโรคจิต ช้องนางนั่งทำกิจกรรมงานอดิเรกอยู่เช่นถักไหมพรม ปะปนกับคนไข้และพยาบาลอื่น ทองทาเดินมานั่งข้าง ๆ เครียดมาก ช้องนางเงยหน้าขึ้นมองและยิ้มก่อนจะหน้ามุ่ย
“เมืองแมน กลับมาแล้วหรือคะ”
ทองทาจับมือแม่ คุยกับแม่ทั้งที่แม่คงไม่รู้เรื่อง “ผมไม่เคยคิดจะกลับไปเป็นศิลปินอีก ทำไงดีครับแม่ ผมควรจะทำต่อเพื่อเขาหรือเปล่า”
“เมืองแมน คุณไปไหนมา คุณทิ้งฉันอีกแล้ว”
“พ่อบอกรักผมด้วย ผมตัวชาไปหมดเลย เขาไม่เคยบอกรักผม” ทองทายังอึ้งไม่หาย กับคำพูดของพ่อ
ช้องนางฟังทุกอย่างตีความเป็นเรื่องราวของ
ตนเอง “คุณรักฉันกับลูกบ้างไหม ทองทาเป็นลูกคนแรกของคุณ ฉันจำได้
คุณไม่เคยทิ้งงานเพื่อฉัน แต่คุณทิ้งงานได้เพื่อ ทองทา คุณมาเฝ้าฉันตอนคลอด คุณจำได้ไหม ทันทีที่เห็นหน้าลูก คุณร้องไห้…คนอย่างคุณร้องไห้” ช้องนางอุ้มตุ๊กตาทารก ขึ้นมากอด ชี้ให้ดูเพราะในความหมายของช้องนาง ตุ๊กตาก็คือทองทา
“พ่อร้องไห้ตอนผมเกิดหรือครับแม่” ทองทาแปลกใจ เพราะเพิ่งรู้
ช้องนางส่งตุ๊กตาให้ทองทาอุ้ม “จดจำความรักเอาไว้บ้างเมืองแมน คุณจะได้ไม่กลายเป็นคนใจร้ายเกินไป อย่าลืมความรู้สึกนั้นสิเมืองแมน”
ทองทามองตุ๊กตาในมือ เครียดมาก ตัดใจจาก พ่อไม่ได้อีกแล้ว
เบล ยาหยี นีน่า นั่งตรวจจากหนังสือพิมพ์บันเทิง และอินเทอร์เน็ตอย่างสะใจ เพราะข่าวหนูมาลีที่อกตัญญูกำลังแพร่สะพัด
“คะแนนวันนี้เริ่มมาสูสีกับน้อยหน่าแล้วค่ะ กำลังชิงบ๊วยกันอยู่” นีน่าบอก
“ชะล่าใจไม่ได้ อย่าลืม เรื่องน้อยหน่า ไปถึง
ไหนแล้วนะ” ยาหยีถาม เบลเองก็ทำหน้าอยากรู้ เพราะ
ทั้งสามมีแผนที่จะกำจัดจุดอ่อนของคู่แข่งแต่ละคน และน้อยหน่าก็เป็นคนแรกที่อยู่ในแผนการเพราะกำลังมีคะแนนต่ำสุด
ที่สตูดิโอร้องเพลง ผู้ชายคนหนึ่งที่น้อยหน่าบอกว่าเป็นคนขับรถของคุณอา เอาขนมนมเนยมาให้น้อยหน่าและฝากพี่ ๆ ในสตูดิโอเป็นประจำ และวันนี้ก็เช่นกัน
“มีขนมมาฝากพวกเราอีกแล้ว แฟนน้อยหน่าแน่เลย” ครูสอนร้องเพลงแซว
“คุณอาน้อยหน่าเองค่ะ ท่านฝากคนรถเอามาให้ทุกคนที่ดูแลน้อยหน่าเป็นอย่างดี ทานกันเลยค่ะ น้อยหน่าขอตัวแป๊บนะคะ คุณอามาใช่ไหม” ตอนท้ายน้อยหน่าหันไปถามคนขับรถ คนรถรับคำว่าครับ น้อยหน่ากระดี๊กระด๊ารีบเดินออกไป
ด้านหน้าสตูดิโอ น้อยหน่าลงมามองเจอรถตู้มีม่านจอดอยู่ น้อยหน่ารีบเปิดเข้าไป โดยไม่รู้ว่านีน่าและยาหยีเตรียมถ่ายคลิปวิดีโออยู่ตรงพุ่มไม้ที่ไม่ไกลนัก เมื่อประตูรถถูกเปิดออก น้อยหน่าก็ถูกชายกลางคนในรถตู้กอดและหอมแก้ม เย้าแหย่กันแบบคู่รักไม่ใช่ญาติ นีน่าถ่ายภาพนิ่งได้หลายเฟรม
“เรียบร้อย” นีน่าและยาหยีพูด “ฮิ ฮิ คุณอา”
โยทะกาเข้าประชุมร่วมกับสตาฟฟ์ และกำลังรอเมืองแมนเข้าประชุมเรื่องการปล่อยซิงเกิ้ลแรกของทองทาตามแผนงาน จ๋าอดีตเลขาของโยทะกาที่แต่งตัวสวย เสื้อผ้าดูราคาแพงเดินเชิด ๆ เข้ามาและนั่งที่โต๊ะที่จัดไว้สำหรับเมืองแมน โยทะกาขมวดคิ้ว แปลกใจ เพราะจ๋าถูกให้ออกจากบริษัทไปแล้ว หลังจากโยทะการู้เรื่องความสัมพันธ์ของเลขาตนเองกับเมืองแมน
“ขอโทษค่ะที่มาช้า” จ๋าพูดเรียบ ๆ แต่หน้าตายังเชิดได้อีก
“เธอมาทำไม” โยทะกาถามขึ้น
“ดิฉันเป็นตัวแทนของคุณเมืองแมนค่ะ”
“เธอลาออกไปแล้วไม่ใช่หรือ”
“ค่ะลาออกไปแล้ว ลาออกจากเลขาของคุณ ไปเป็นเลขาคุณเมืองแมนไงคะ” จ๋ากร่างใส่โยทะกา ถือตัวว่าเป็นเมียน้อย
โยทะกาหน้าเสีย เพราะไม่ชอบที่จะตบตีต่อกรกับใคร กวาดตามองไปที่สตาฟฟ์ที่ร่วมประชุม ที่แต่ละคนหันก็หันไปซุบซิบและยิ้มเหมือนเยาะ ๆ ยิ่งรู้สึกอายที่
ต้องมาเผชิญกับสถานการณ์เมียน้อยเมียหลวงแบบนี้
โยทะกาเข้าไปหาเมืองแมนและต่อว่า ก่อนที่จะขอหย่าเพราะทนไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
“นี่...อย่าบ้านะ ทีเมื่อก่อนก็ยอมทุกอย่าง มาตอนนี้เป็นอะไรขึ้นมา ยิ่งแก่ยิ่งบ้า” เมืองแมนบ่น
โยทะกาน้ำตาคลอ “ฉันไม่ได้บ้า ฉันต้องการมันจริง ๆ หย่าให้ฉันเถอะ”
“ถ้าคุณหย่า ผมจะยึดตำแหน่ง ยึดทรัพย์ ทุกอย่างที่คุณมี มันจะไม่เหลืออะไรเลย เพราะทุกอย่างที่เป็นตัวคุณ มันเป็นของผม” เมืองแมนขู่ เพราะคิดว่าโยทะกาต้องยอมเขาเหมือนเช่นทุกครั้ง
โยทะกาเข้าไปอ้อนวอนขอให้ปล่อยเธอไป เมืองแมนเขย่าแขนโยทะกา โยทะกาได้แต่ร้องไห้ ข้างในลึก ๆ คือผู้หญิงอ่อนแออย่างเห็นได้ชัด “ไม่ คุณอยู่ไม่ได้หรอกถ้าไม่มีผม อายุแค่ยี่สิบ ประกวดเสร็จ คุณก็มาอยู่กับผมแล้ว คุณมีทุกวันนี้เพราะผม คุณจะเป็นยังไงถ้าไม่มีผม...คิดสิคิด”
โยทะกาเอาเรื่องมาปรึกษาทองทา ทองทาโมโหมาก “ที่เขาพูด...จริงหรือ พี่อยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีเขาจริงหรือไม่รู้นะ ผมว่ามันแค่ความเคยชิน ใช่ ตอนนั้นพี่ไม่มีอะไรเลย แต่ตอนนี้ เกือบยี่สิบปีแล้ว พี่เรียนจน
จบแล้ว งานทุกวันนี้พี่ก็ทำด้วยตัวเอง จริง ๆ มีประสบ
การณ์ทำงานทีวีมาตั้งสิบ ๆ ปี เริ่มต้นใหม่ไม่ได้จริงหรือครับ”
“ไม่ว่าพี่จะหายไปไหน ไปทำงานอะไร เขาตาม
ทำลายพี่แน่” โยทะกาน้ำตาไหลพราก “เขารู้สึกว่าพี่เป็นสมบัติของเขา ถ้าพี่ออก งานเขาจะเสียหาย เขาจะ
ยิ่งแค้น ยิ่งอาละวาด เรื่องของเอ้อ…” โยทะกาเกือบหลุด
ปากเรื่องหนูมาลี ทองทาถามเรื่องอะไร แต่โยทะกาเสไปพูดเรื่องอื่น “เรื่องอื่น ๆ ก็เป็นปัญหาไปหมด พี่นอนไม่หลับมาหลายคืนแล้ว ไม่รู้จะทำยังไง”
“ร้องออกมาเถอะ จะได้ระบายออกมานะพี่”
ทองทาเข้าไปกอดปลอบ เมื่อเห็นโยทะกาเอาแต่ร้องไห้
และสับสน หนูมาลีเดินเข้ามาเห็น ก็ตะลึง รีบถอยออก
ไปแอบดูที่มุมหนึ่ง หนูมาลีมาหาทองทาเพราะโรสขอร้องให้เอาของฝากมาให้ หลังกลับมาจากบ้านต่าง
จังหวัด
“ความทุกข์ทุกอย่างสักวันมันต้องผ่านไป พี่
เข้มแข็งมาตลอด พี่ต้องทำได้อีก!!!” ทองทาปลอบ โยทะกากอดทองทาแน่น ตอนนี้มีเพียงผู้ชายคนนี้เท่า
นั้นที่เป็นที่พึ่ง หนูมาลีเจ็บปวดกับภาพที่เห็น วางของไว้ตรงโต๊ะแถวนั้นก่อนจะเดินออกไปเลย
อธิยังไปมาหาสู่และดูแลการะเกดและครอบ
ครัวตลอด ยิ่งเห็นการะเกดมีหน้ายิ้มแย้ม พูดคุยเล่นกับโต้งได้ อธิก็ยิ่งดีใจเพราะไม่ได้เห็นการะเกดยิ้มมา
นานแล้ว การะเกดตัดสินใจที่จะไม่กลับกรุงเทพฯ อีกแล้ว
“อยู่ที่นี่ไม่มีเงิน แต่ก็ไม่อดตาย จับกบ เก็บยอดกะถิน ไปทำงานโรงงาน ก็อยู่ได้ทั้งปีแล้ว”
“คิดเหมือนพี่ พี่กำลังทำเรื่องขอย้ายมาทำงานที่นี่” อธิบอก และหยิบกีตาร์ขึ้นมาเล่น ก่อนจะบอกให้การะเกดร้องเพลงที่เคยใช้ประกวด การะเกดพลันนึกถึงตอนที่ประกวดร้องเพลงและยังนึกถึงที่ถูกวานิชข่มขืน เพราะลืมไม่ได้ การะเกดลุกหนีไปทันที ไม่อยากร้องเพลงอีก อธิอึ้งไปเลย
หนูมาลีโทรฯ หาอธิเพราะการะเกดไม่ยอมรับสาย อธิบอกการะเกดปิดมือถือเหมือนจะตัดขาดจากกรุงเทพฯ แล้ว และอยู่ที่นี่ก็มีความสุขดี ทำให้หนูมาลีสบายใจขึ้น






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น