“เปล่า ผมแค่กำลังสงสัยว่า หัวหน้าคุณมีแผนอะไรรึเปล่า”
“คุณหมายความว่าไง
“ผมอยากรู้ว่าทำไมหัวหน้าคุณถึงต้องการรู้ความเคลื่อนไหวของหน่วยงานผม หรือว่าเค้าต้องการผลงานเพื่อตัดหน้า”
“ก็บอกแล้วไงว่าชั้นไม่รู้ ชั้นมีหน้าที่แค่ทำตามคำสั่ง”
“แล้วแฟนคุณล่ะ”
“ใคร คุณหมายถึงนายไมค์หรือ”
“ไม่ใช่ ผู้กองชายชาติไง”
“เค้าไม่ใช่แฟนชั้น”
“แต่เค้าบอกผมว่าคุณเป็นแฟนเค้า”
“นั่นเค้าคิดไปเอง”
“งั้นก็ดี เท่ากับว่าคุณยังโสดไม่มีพันธะทางใจกับใคร ผมเองก็โสด”
“นี่คุณกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่”
“ผมกำลังพูดถึงเรื่องผู้กองชายชาติ เค้ารู้มั้ยว่าคุณเป็นตำรวจ”
“รู้”
“แต่ทำไมเค้าไม่บอกผมว่าคุณเป็นตำรวจ”
“เค้าก็ไม่บอกชั้นเหมือนกันว่าคุณเป็นตำรวจ”
“แสดงว่าชายชาติไม่อยากให้เราสองคนรู้จักกัน”
“แล้วทำไมเค้าถึงไม่อยากให้เรารู้จักกัน”
“เค้าคงกลัวว่าผมจะจีบคุณน่ะสิ”
“ชั้นว่าไม่เกี่ยวหรอก”
ผู้กองเทพมองจ้องหน้าเมษา เมษามองสบตาอย่างเขิน ๆ ทำตัวไม่ถูก รีบเดินหนีไป
ไมค์ไปรอสวยเสมอที่ร้านอาหารหลายชั่วโมง สวยเสมอไม่มา โทรศัพท์หาก็ไม่รับสาย ไมค์หงุดหงิดหัวเสียกลับไปบ้านผู้กองเทพ ผู้กองเทพไม่ยอมเล่าเรื่องที่ไปคุยกับเมษามาให้ไมค์ฟัง อ้างว่าไปกินข้าวกับแฟนมา
ตอนที่ 7
ระหว่างที่ผู้กองเทพกำลังอาบนํ้า เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางไว้ด้านนอกดังขึ้น ไมค์คิดว่าแฟนผู้กองโทรฯมา จึงรีบกดรับสายเลียนเสียง ทำตัวเป็นผู้กองเทพ ที่แท้เป็นหนูปึกโทรศัพท์มาบอกเบอร์โทรศัพท์ ไมค์เข้าใจผิดคิดว่าหนูปึกเป็นแฟนผู้กองเทพ ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วผู้กองเทพหมายถึงเมษา
ผู้กองเทพเริ่มสงสัยหน่วยวิหคเวหา จึง
รีบนำเรื่องไปปรึกษาผู้การเสวี ผู้การเสวีบอกให้เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ แล้วให้ผู้กองเทพลองสืบหาความจริงดู พร้อมเตือนให้ระวังอย่าให้หน่วยวิหคเวหาไหวตัวทัน เพราะถ้าเรื่องนี้เป็นจริงอย่างที่ผู้กองเทพสงสัย งานนี้คงไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ
ด้านเมษาเองก็สงสัยเรื่องที่ผู้การสถิตย์สั่งให้ไปสอดแนมผู้กองเทพ จึงตัดสินใจไปคุยกับผู้การ สถติย์ให้รู้เรื่อง ผู้การสถิตย์ยอมรับว่ารู้ว่าผู้กองเทพเป็นตำรวจ แต่ที่ให้เมษาไปสอดแนมเพราะได้รับรายงานมาว่า ผู้กองเทพพัวพันกับขบวนการลักลอบค้าวัตถุโบราณ ถ้าบอกเมษาก่อนว่าผู้กองเทพเป็นตำรวจ ก็กลัวเมษาจะมีพิรุธ
พอเมษาออกไปจากห้อง ผู้การสถิตย์ก็รีบโทรศัพท์ไปบอกชายให้หาทางจัดการผู้กองเทพ ก่อนผู้กองเทพจะเปิดโปงเรื่องทั้งหมด ผู้กองเทพเดินมาเจอชายกำลังคุยโทรศัพท์อยู่พอดี ผู้กองเทพรอจนชายคุยโทรศัพท์เสร็จถึงค่อยเดินเข้าไปถามเรื่องเมษา ชายทำหน้าซื่อ ปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็น อ้างว่าไม่ได้บอกทั้งเมษาและผู้กองเทพว่าอีกฝ่ายเป็นตำรวจ ผู้กองเทพไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร
เมษาบุกมาหาผู้กองเทพที่หน่วยฉก.911 ชวนให้ออกไปทานข้าวกลางวันด้วยกัน เมษาทำทีว่าสงสัยผู้การสถิตย์ เพื่อหลอกถามถึงภารกิจของผู้กองเทพ แต่ผู้กองเทพรู้ทัน ไม่ยอมเล่าภารกิจของตนให้เมษาฟัง
หนูปึกซื้อส้มตำ ข้าวเหนียว ไก่ย่างมาให้ผู้กองเทพ แต่กลับได้พบไมค์อยู่ที่บ้านเพียงลำพัง หนูปึกจำได้ว่าไมค์เป็นคนช่วยเธอให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของปีเตอร์ ไมค์กับหนูปึกได้ยินอีกฝ่ายพูดภาษาอีสาน ก็ยิ่งพูดคุยกันสนิทใจ เพราะเห็นว่าเป็นคนบ้านเดียวกัน
หนูปึกเห็นว่าผู้กองเทพไม่อยู่บ้าน เลยออก ปากยกส้มตำ ข้าวเหนียว ไก่ย่างให้ไมค์กินแทน ไมค์ชวนหนูปึกอยู่ทานอาหารด้วยกัน สองคนพูดคุยกันอย่างถูกคอ หนูปึกเล่าเรื่องพ่อแม่เป็นหนี้ให้ไมค์ฟัง ไมค์เตือนหนูปึกเรื่องที่คิดจะหาผัวฝรั่ง
“อ้ายสิเตือนเจ้าเด้อ ฝรั่งมันบ่ได้ดีเหมือน
ที่เจ้าคิดดอก ดูอย่างปู่อ้าย พอสงครามเวียดนาม จบก็กลับไปอเมริกา บ่เคยส่งเงินมาให้ย่าอ้ายซักดอลลาร์”
“แต่ฝรั่งดี ๆ ก็มีเด้อ แถวหมู่บ้านข้อย
สาว ๆ ที่ได้ผัวฝรั่ง ผัวเขาก็เอาเงินมาปลูกบ้านให้ตั้งหลายล้าน”
“แต่อ้ายว่าเอ็งหาซ่องทางเฮ็ดงานให้ได้เงินดีกว่า อย่าไปคิดฮอดเรื่องผัวฝรั่งเล้ย เฮามีมือมีตีน ใซ้สองมือสองตีนออกไปทำกินอย่าให้คนเขาดูถูกว่าเจ้าต้องเอาความสาวเข้าไปแลกกับเงิน”
“มันก็อีหลีอย่างอ้ายเว่าเนาะ ขอบใจอ้ายหลาย ๆ เด้อที่ให้คำแนะนำข้อย”
“เออ เฮามันคนอีสานบ้านเดียวกัน บ่รักกันแล้วไผสิมารักเฮา”
“ข้อยขอกอดเจ้าได้บ่” ปึกโผเข้ากอดไมค์แล้วร้องไห้สะอื้น
ไมค์มองงงอึ้ง “แล้วเจ้าร้องไห้ทำหยัง”
“ข้อยคิดฮอดอีผ่อ อีแม่ บ่ฮู้ว่าป่านนี้เพิ้นสิเป็นจังใด๋”






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น